หน้าร้านออนไลน์ทีสปริง

ไม่มีวิธีใดในการแสดงคอลเลคชั่นดีไซน์สุดเก๋ของคุณได้ดีไปกว่าการมีร้านค้า Teespring Store! ไม่เพียงแต่มันจะเป็นหน้าร้านที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้คุณผ่านการ cross-selling แต่มันยังช่วยให้คุณสร้างทรัพย์สินที่แท้จริงที่ลูกค้าของคุณจะสามารถกลับมาช้อปอีกกี่ครั้งก็ได้ อ่านต่อไปเพื่อค้นพบวิธีใช้งานร้านค้า Teespring Store ที่อัพเดทล่าสุดในการแสดงสินค้าทั้งหมดของคุณได้!

วิธีการตั้งค่าร้านค้า Teespring Store

ขั้นที่ 1. ก่อนสร้างร้านค้า คุณต้องมีลิสติ้งเปิดใช้งานอย่างน้อย 2 ลิสติ้ง คลิกไปที่แท็บ “Storefronts” ในหน้า Teespring Dashboard ของคุณ

ขั้นที่ 2. เลือก “Header” บนเมนูด้านซ้าย เพื่อปรับเปลี่ยนรูปและโลโก้บน Header คุณสามารถเลือกอัพโหลดโลโก้ถ้าคุณมีอาร์ทเวิร์ค หรือถ้าไม่มีก็เพียงแค่พิมพ์ชื่อร้านของคุณลงไป หลังจากนั้นเลือกธีมสีที่คุณต้องการเพื่อให้โลโก้ร้านดูโดดเด่นสวยงาม ใรนส่วนของรูปบน Header นั้นคุณสามารถอัพโหลดรูปที่คุณต้องการได้เช่นกัน ( อ่านข้อกำหนดของรูปภาพที่จะอัพโหลดเพิ่มเติมได้ใน “Store design elements” )  

ขั้นที่ 3. ขั้นตอนต่อไป เลือก “Product” เพื่อคัดเลือกสินค้าที่คุณต้องการลงบนหน้าร้านของคุณ โดยติ๊กถูกที่หน้าแถวรายการสินค้าที่ต้องการ เสร็จแล้วกด “Done” จากนั้นคุณสามารถเลือกสินค้าที่คุณอยากให้ขึ้นโชว์อยู่บนแถวแรกได้โดยการติ๊กรูปดาวด้านหลังของรายการสินค้า เสร็จแล้วคลิ้ก “Done” เช่นกัน

ขั้นที่ 4. ในส่วนของ “About” มีไว้สำหรับอธิบายเกี่ยวกับแบรนด์หรือสิ่งที่คุณอยากจะสื่อสารกับลูกค้า คุณสามารถใส่ลิงค์ตรงนี้เพื่อลิงค์ไปยังหน้าโซเชียลมีเดียต่างๆของคุณ

ขั้นที่ 5. ในส่วนของ “Settings” คุณสามารถตั้งชื่อ URL ของร้านคุณได้ และสามารถกำหนดในส่วนของ cross-selling ได้ (ข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่าง) และในส่วนนี้ยังใช้สำหรับการลบร้านที่ไม่ใช้แล้วออกไป

องค์ประกอบของการออกแบบหน้าร้าน

  • โลโก้เฮดเดอร์ช่วยสร้างอารมณ์ให้ร้านค้าของคุณ เราแนะนำให้เลือกธีมสีและอัพโหลดโลโก้ (ขนาดไฟล์ใหญ่สุด 1 MB) – มันจะช่วยสร้างความแตกต่างเป็นอย่างมาก หากคุณไม่มีโลโก้ ชื่อร้านค้าของคุณจะถูกแสดงแทน ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริการฟรี เหล่านี้ที่จะช่วยคุณสร้างโลโก้ได้ง่ายๆ
  • แบนเนอร์ช่วยแสดงจุดยืน มันเหมือนกับรูปภาพหน้าปก Facebook หรือแบนเนอร์ YouTube – สิ่งแรกที่ลูกค้าของคุณจะเห็นเมื่อเข้ามาที่ร้านของคุณ เลือกภาพที่แสดงตัวตนของแบรนด์ของคุณ (ขนาดไฟล์ใหญ่สุด 10 MB) เราแนะนำให้อัพโหลดภาพขนาด 200 x 1600 px แต่ขนาดของแบนเนอร์จะถูกปรับให้เข้ากับขนาดของภาพ ดังนั้นภาพ “กว้าง” จะดูดีกว่า

เทคนิคเพิ่มเติมในการสร้างร้านค้าให้โดดเด่น

  • สร้างร้านที่มีสินค้าหลากหลาย—ลองเพิ่มสินค้าจากอย่างน้อยสองลิสติ้งขึ้นไป
  • มันสำคัญที่จะต้องเปิดใช้งาน cross-selling ในการตั้งค่าร้านค้าของคุณเพื่อให้เราสามารถแนะนำสินค้าอื่น ๆ ของคุณไปยังลูกค้าได้ที่หน้าชำระเงิน!
  • สร้างร้านที่มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังสร้างร้าน “Rugby” ฉะนั้นสินค้าในร้านก็น่าจะเกี่ยวกับรักบี้ การจัดกลุ่มของแต่ละร้านแบบนี้มีส่วนในการช่วยให้คุณสามารถเพิ่มยอดขายได้ เนื่องจากสินค้าอื่นๆในร้านก็จะถูกแสดงให้ลูกค้าดูเพิ่มตอนที่กำลังจะเช็คเอาท์
  • สินค้าทั้งหมดในร้านควรจะเซตอายุของลิสติ้งไว้เป็น “always available” or “continuous relaunch” การตั้งค่าแบบนี้ทำให้ลิสติ้งของคุณสามารถขายได้ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า Evergreen campaign การตั้งค่าแคมเปญลักษณะนี้ ให้ไปที่ “Products” แท็บในหน้าแดชบอร์ดของคุณ เมื่อเข้ามาจะเห็นรายการลิสติ้งต่าง ให้เลือกรูปเกียร์ที่ด้านขวา หลังจากนั้นเข้าไปตั้งค่า  “always available” ในส่วนของ Lifecycle เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ลิสติ้งที่มีการตั้งค่าที่ “Always Available” จะถูกรวมออร์เดอร์ทุกๆ 3 วัน และนำไปผลิตตามออร์เดอร์ลูกค้า เราขอแนะนำให้ตั้งค่าแบบนี้เพราะถ้าลิสติ้งมีอายุสั้นและจบเร็ว ออร์เดอร์ก็จะถูกนำไปผลิตเร็วขึ้นและลูกค้าก็จะได้รับสินค้าเร็วขึ้นด้วย
  • สำหรับการใส่สินค้าเข้าไปในหน้าร้านเยอะมากเกินไปอาจจะทำให้การแสดงผลบนหน้าจอช้า เราขอแนะนำให้มีสินค้าในร้านไม่เกิน 200 ชิ้นน้อยกว่า (หรือไม่เกิน 13 หน้า) และที่สำคัญคือมีการ cross-sell สินค้าในร้านเดียวกันด้วย ฉะนั้นการมีสินค้าที่มากเกินไปและไม่เกี่ยวข้องกันภายในร้าน จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ไม่น่าประทับใจ จำนวนหน้าที่พอเหมาะที่ควรจะเป็นคือมีสินค้าประมาณ 5-6 หน้าเท่านั้น   

เปิดแบรนด์สำหรับหน้าสินค้า

การทำให้แบรนด์ที่อยู่หน้าร้านไปอยู่บนหน้าสินค้าของคุณเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่คุณต้องทำคือเปิดใช้งาน “เพิ่มแบรนด์เข้าไปยังสินค้า” โดยกดปุ่ม “เปิด” ในเมนูตั้งค่าร้านค้าของคุณgs.

หน้าสินค้าของผมเป็นแบบนี้หลังจากที่เปิดใช้งานแบรนด์สำหรับหน้าสินค้า:

เพิ่มสินค้าใหม่เข้าไปยังหน้าร้านโดยตรง

ตอนนี้ คุณสามารถเพิ่มสินค้าใหม่เข้าไปยังหน้าร้านได้โดยตรง แค่เลือกชื่อร้านของคุณก่อนเปิดตัวสินค้าใหม่แล้วระบบจะเพิ่มสินค้าให้คุณอัตโนมัติ เห็นไหมง่ายนิดเดียว!

creator-menu

youtube-menu