วิธีการเพิ่ม Facebook Pixel ไปยังบัญชี Teespring ของคุณ

เราได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับ Facebook pixel ตัวใหม่ในช่วงนี้ แต่ทำไมคุณจึงควรใช้มันล่ะ? การติดตามข้อมูล pixels มีประโยชน์ต่อนักออกแบบ Teespring ในหลายด้าน อย่างแรก พวกมันบอกคุณว่าโฆษณา Facebook ของคุณมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน และช่วยให้คุณระบุโฆษณาที่มีประสิทธิภาพดีได้โดยดูจากยอดขาย พวกมันช่วยให้คุณได้ทดลองประเภทของโฆษณาหลายรูปแบบและการเจาะกลุ่มเป้าหมายหลายกลุ่มที่แตกต่างกันในการโปรโมทแคมเปญเดียวกัน เพราะคุณจะสามารถเห็นจำนวนยอดขายที่ได้รับมาจากโฆษณาแต่ละตัวได้ อีกอย่าง Facebook ใช้การติดตามข้อมูล pixels ของคุณเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ และเพื่อปรับปรุงโฆษณาของคุณให้ดีขึ้นในการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสสูงสุดในการ “converting” (คือการซื้อสินค้า) ในอนาคต นี่เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการใช้โฆษณา “เพื่อเพิ่ม conversions ไปยังเว็บไซต์ของคุณ” (คือโฆษณาประเภท Website Conversion Ad) โปรดจำไว้ว่า pixel จะถูกเปิดใช้งานทันทีที่มี conversion ตัวแรกเกิดขึ้น

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเสมอคือคุณควรใช้ Facebook pixel ตัวใหม่เท่านั้น Facebook กำลังจะเลิกใช้งานการติดตามข้อมูลแบบ conversion tracking pixel และ custom audience pixels – และการใช้ pixels หลายตัวภายในบัญชี Teespring ของคุณอาจก่อให้เกิดปัญหาในการเก็บข้อมูลลิสต้ิงของคุณได้

pixel2

อัพเดท: เราได้ทำการเปลี่ยนแปลงการใช้งาน Facebook Pixels ร่วมกับ Teespring เพื่อให้มันทำงานได้ดีขึ้นกับตะกร้าสินค้าตัวใหม่ของเรา:

  • เหตุการณ์การยิง pixel ตอนนี้ได้รวมส่วนข้อมูล “value” and “currency” ไว้ด้วย ในการ InitiateCheckout และ Purchase เราได้รวมส่วนข้อมูล “num_items” เข้าไปเพื่อจะบอกคุณได้ว่ามีสินค้าจำนวนกี่ชิ้นที่ถูกใส่ไว้ในตะกร้าสินค้าของลูกค้าของคุณ
  • ตอนนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้รวมส่วนข้อมูล “content_type=product” และ “content_ids=[‘url1′,’url2’]” ซึ่งน่าจะใช้งานได้กับโฆษณาแบบ Dynamic Ads
  • เมื่อลูกค้าใส่สินค้าจากหลายแคมเปญไว้ในตะกร้าสินค้าของพวกเขา จะมีเหตุการณ์ “Purchase” หนึ่งเหตุการณ์ถูกส่งไปพร้อมกับ “num_items”, “value”, และ “currency”.
  • ลำดับเหตุการณ์ในตอนนี้คือ ViewContent > BuyItNow > AddToCart > InitiateCheckout > Purchase

 

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมไหม? ลองอ่านบทความด้านล่างนี้จาก Facebook:

วิดีโอ 1: วิธีตั้งค่าและใช้งาน PIXEL ตัวใหม่

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Facebook pixels ตัวเก่าและตัวใหม่? พบวิธีในการติดตั้งและใช้งาน pixel ตัวใหม่สำหรับลิสต้ิง Teespring ของคุณได้ในวิดีโอด้านล่าง

  1. เมื่อคุณเข้าไปที่ Facebook ads manager ไปที่เมนู drop-down ถัดจากคำว่า ‘Ads Manager’ แล้วเลือกคำว่า ‘Pixels’
  2. ใต้แถบ ‘Facebook Pixel’ คุณสามารถสร้าง tracking pixel สำหรับบัญชีโฆษณาของคุณได้ สิ่งที่คุณต้องการคือ รหัส ID 16 หลัก
  3. คัดลอกรหัสนี้ไว้และไปที่หน้า Teespring dashboard ของคุณ ใต้คำว่า ‘Settings’ ในแถบ ‘Conversion Tracking’ ให้วางตัวเลขนี้ไว้ที่ช่อง ‘Facebook Pixel’ (ดูให้แน่ใจว่าได้ติ๊กกล่อง ‘Upgrade to the new Facebook Pixel’ แล้ว) วิธีนี้จะทำให้ pixel ถูกวางไว้ที่ทุกแคมเปญ Teespring ของคุณ
  4. ตอนนี้ เมื่อใดก็ตามที่คุณเปิดใช้งานโฆษณาบน Facebook ต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าได้มีการลิงค์กับ Facebook pixel แล้ว ในตัวโฆษณา (บางครั้งอยู่ภายใต้คำว่า ‘Advanced Options’) ให้ติ๊กที่ช่อง ‘Track all conversions from my Facebook pixel’ ก่อนเปิดใช้งานโฆษณานั้น

เมื่อคุณได้ดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้เสร็จแล้ว โฆษณาของคุณจะถูกเชื่อมต่อกับหน้าลิสต้ิงของ Teespring ในหน้า Facebook ads dashboard ของคุณ คุณจะเห็นข้อมูลของโฆษณาแต่ละตัว และจำนวน conversions (คือยอดขาย) ที่ pixel ได้บันทึกไว้ มีกี่คนที่คลิก ‘add-to-cart’ และมีกี่คนที่ได้เห็นเนื้อหานั้น (คือหน้าแคมเปญของคุณ) เพียงแค่ไปที่ customise columns และค้นหาคำว่า “Facebook Pixel” เพื่อดูข้อมูลเหล่านี้

วิดีโอ 2: การทำ CONVERSION TRACKING และวิธีตั้งค่าโฆษณา WEBSITE CONVERSION ADS

อะไรคือข้อดีของการใช้โฆษณา Website Conversion Ads? คุณจะสามารถแบ่งลูกค้าตามกลุ่มตลาดเฉพาะของพวกเขาโดยใช้ pixel ตัวใหม่ได้อย่างไร? หาคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้และรับชมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมได้ในวิดีโอนี้

เป้าหมายของโฆษณาแบบ Website Conversion ad คือการแสดงโฆษณาของคุณไปยังผู้คนที่น่าจะซื้อสินค้ามากที่สุด ในขณะที่โฆษณาแบบ Page Post Engagement ad สามารถช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวาง (ตัวอย่างเช่น ผ่านการมีส่วนร่วม/การแชร์) โฆษณาแบบ Website Conversion (WC) ad จะมุ่งความสนใจไปที่ยอดขาย Facebook ใช้ pixel เพื่อวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคุณเพื่อค้นหาว่าสินค้าอะไรที่ผู้ใช้งานน่าจะซื้อมากที่สุด (คือการ convert) เมื่อโฆษณาของคุณสร้างยอดขายได้ pixel จะบันทึกลูกค้าของคุณและค้นหาคุณลักษณะเฉพาะที่พวกเขามีเหมือนกับผู้ใช้งาน FB รายอื่น ๆ และปรับการเจาะกลุ่มเป้าหมายของคุณเพื่อตามหาผู้ใช้เพิ่มขึ้นผ่านคุณลักษณะที่เหมือนกันเหล่านี้ (เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับข้อมูล พวกเขามีโอกาสมากที่จะซื้อสินค้าเช่นกัน)

เมื่อคุณได้เปิดใช้งานโฆษณาตัวใหม่กับกลุ่มตลาดเฉพาะเดิม (แต่อาจจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม) คุณควรใช้ pixel ตัวเดิมเพราะว่า Facebook จะหาคุณลักษณะเฉพาะที่ลูกค้าเก่าของคุณมีเหมือนกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ของคุณ หากมันพบกลุ่มคนที่มีคุณลักษณะเฉพาะที่คล้ายกัน มันจะแสดงโฆษณาให้แก่คนเหล่านั้นเป็นหลัก นั่นหมายความว่ายิ่ง pixel เก็บบันทึกลูกค้าของคุณมากเท่าไร การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเก่าของคุณของ Facebook ก็ยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น และคุณก็จะยิ่งได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการใช้งานโฆษณา WC ของคุณ นั่นหมายความว่าในภายหลังเมื่อคุณพบกลุ่มตลาดเฉพาะใหม่ คุณจะเริ่มใช้ tracking pixels ที่ต่างกันสำหรับกลุ่มตลาดเฉพาะแต่ละกลุ่ม เหตุผลก็คือลูกค้าจากกลุ่มตลาดเฉพาะนางพยาบาลมีแนวโน้มที่จะมีคุณลักษณะที่แตกต่างจากลูกค้าจากกลุ่มตลาดเฉพาะกีฬารักบี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเราต้องการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเหล่านั้นแยกจากกัน และปรับแต่งโฆษณาสำหรับกลุ่มพยาบาลให้ดีขึ้นในอนาคตด้วย pixel สำหรับนางพยาบาลและปรับแต่งโฆษณากีฬารักบี้ในอนาคตด้วย pixel กีฬารักบี้

วิดีโอ 3: การทำ RETARGETING และกลุ่มเป้าหมาย LOOKALIKE

ค้นพบวิธีการสร้างผู้ชมเพจจำนวนมากสำหรับโฆษณา retargeting ads ของคุณ และวิธีการสร้างกลุ่มเป้าหมายแบบ Lookalike ใหม่จากกลุ่มลูกค้าเก่า

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำไมเราต้องการให้ Facebook ติดตามข้อมูลลูกค้าที่ทำการซื้อสินค้าของเราและจำนวนผู้ชมลิสต้ิง (ดูได้จาก ‘View Content (Facebook Pixel)’ ใน FB ads manager ของคุณ) คือเพื่อให้เราสามารถติดตามบุคคลเหล่านี้ที่ได้แสดงความสนใจในสินค้าของเรา ในการแสดงความสนใจนั้น เราหมายถึงบุคคลได้คลิกที่โฆษณา (คือการแสดงความสนใจ) และเข้าไปที่หน้าลิสต้ิง แต่ออกจากหน้านั้นไปก่อนการทำการซื้อสินค้า เนื่องจากเรารู้ว่าพวกเขาได้แสดงความสนใจ เราต้องติดตามเพื่อดูว่าเราจะสามารถทำให้พวกเขาซื้อสินค้าได้หรือไม่ ในการเก็บรวมรวบข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดที่แสดงความสนใจจาก Facebook ad ของคุณ คุณสามารถตั้งค่าโฆษณาเพื่อ retarget พวกเขาได้ (คือการแสดงโฆษณาตัวอื่นสำหรับลิสต้ิงเดิมอีกครั้ง) นี่คือการทำโฆษณาย้ำเตือน (‘คุณมีเวลาอีกเพียง 2 วันเพื่อซื้อเสื้อแสนสวยตัวนี้’ / ‘อย่าพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของมันเดี๋ยวนี้’) ซึ่งน่าจะช่วยให้พวกเขาซื้อสินค้าได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้าง retargeting ads คลิกที่นี่ โปรดจำไว้ว่า Teespring ได้สร้างโปรแกรม boosted retargeting ของตัวเองเพื่อติดตามกลุ่มผู้ชมเพจที่ได้แสดงความสนใจไว้แล้ว โปรแกรมของ Teespring จะมีประโยชน์มากเพราะคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณา และคุณจะถูกหักเงินเพียงเล็กน้อยจากกำไรของคุณหากโฆษณา retargeting ads ของ Teespring ทำให้เกิดยอดขายได้บนแคมเปญของคุณ

รายละเอียดของเครื่องมือโฆษณา FACEBOOK AD

ในวิดีโอด้านบน เราได้กล่าวถึงเครื่องมือโฆษณา Facebook Ad หลายชนิดที่คุณสามารถใช้เพื่อทำ conversion tracking และ custom audiences ได้ เราได้สร้างภาพสรุปเครื่องมือต่าง ๆ ไว้ด้านล่าง และวิธีที่คุณสามารถใช้มันเพื่อความชัดเจนได้

ad-seet-level-pixel

creator-menu

youtube-menu