รหัสโปรโมชั่นและลดราคา

รหัสลดราคาเป็นวิธีเยี่ยมยอดในการให้รางวัลตอบแทนลูกค้าประจำ เป็นแรงจูงใจให้ซื้อสินค้าตั้งแต่วันแรกๆ ของลิสติ้ง และสร้างความน่าตื่นเต้นให้แก่สินค้าที่มีเอกลักษณ์ที่คุณสร้างขึ้น  การลดราคาสินค้าหรือจัด “โปรโมชั่น” ช่วยกระตุ้นอัตราคอนเวอร์ชั่นของคุณขึ้นได้ 60% จึงเป็นสิ่งที่นักสร้างสรรค์ของทีสปริงควรลองใช้อย่างยิ่ง

วิธีสร้างโปรโมชั่นง่ายๆ

1. ไปที่แดชบอร์ดทีสปริงของคุณและคลิก “Promotions

2. กำหนดชื่อ “Promo ID” ของคุณและเลือกส่วนลดที่ต้องการ (ได้แก่ ค่าจัดส่งฟรี ให้ส่วนลดเป็นจำนวนเงิน เช่น $5 หรือให้ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์ 15%)  คุณสามารถสร้างชื่อโปรโมชั่นลดราคาได้ตามที่ต้องการ (เช่น FREESHIP หรือ 50OFF ฯลฯ) หรือจะใช้ปุ่มตั้งชื่ออัตโนมัติที่วงกลมไว้ในภาพด้านล่างก็ได้ จากนั้นก็ตั้งวันหมดอายุสำหรับรหัสลดราคาหรือจะปล่อยว่างไว้เพื่อให้โค้ดนั้นสามารถใช้ได้ตลอด และท้ายที่สุดคือดูให้แน่ใจว่าปุ่มสถานะรหัสลดราคาของคุณเลื่อนไว้ที่ “on” แต่ถ้าหากคุณต้องการปิดการใช้งานก็เปลี่ยนสถานะรหัสให้เป็น “off”

 

วิธีการใช้โค้ดโปรโมชั่น

มีสองวิธีที่ลูกค้าสามารถใช้โค้ดรับส่วนลด

1. ใส่โค้ดตอนเช็คเอาท์

หลังจากที่สร้างโค้ดแล้ว คุณสามารถแชร์รหัสโค้ดนั้นให้กับลูกค้า เพื่อเขาสามารถใส่มันเป็นส่วนลดตอนจ่ายเงิน เราขอแนะนำให้ใช้วิธีการนี้กับการมอบส่วนลดให้สินค้าทั้งร้าน 

 

2. ใส่โค้ดที่ URL

คุณสามารถใส่โค้ดที่ URL ของลิสต้ิงที่ต้องการมอบส่วนลด วิธีการคือพิมพ์ URL ตามด้วย “/?pr=” + รหัสส่วยลดของคุณ ด้วยวิธีนี้เมื่อลูกค้าคลิ้กที่ URL ที่มีรหัสต่อท้ายนี้ เขาจะดูนำไปที่หน้าลิสติ้งที่มีส่วนลดนี้ และด้วยวิธีการนี้จะทำให้ลูกค้าสะดวกในการสั่งซื้อโดยไม่ต้องพิมพ์รหัส หรือลดจำนวนคลิ้กลง ทำให้มีอัตราการเข้าหน้าเพจสูงขึ้น โปรดจำไว้ว่า การใช้รหัสต่อท้าย URL แบบนี้ไม่มีผลกับ storefront (URL ที่มี  /shop/ ) และที่สำคัญราคาที่ลดแล้วนั้นจะแสดงอยู่ตอนท้ายสุดเวลาจ่ายเงิน

เราขอแนะนะให้ตรวจเช็คว่ารหัสที่สร้างขี้นนั้นใช้งานได้จริง ไม่ติดขัดก่อนที่จะแชน์ไปยังกลุ่มลูกค้าของคุณ

http://teespring.com/YourListingURL/?pr=PromoCode

 

มาดูตัวอย่างเซลลดราคา 10%

  1. โปรโมชั่นลดราคา 10% เพิ่มโอกาสที่ผู้เข้าชมสินค้าจะซื้อสินค้า (อัตราคอนเวอร์ชั่น)  ขึ้นโดยเฉลี่ย 60% ตัวเลขนี้เป็นจริงทั้งกับลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าที่กลับมาซื้อสินค้าอีก
  2. ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 60% หมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้น 60% และกำไรส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถทดแทนส่วนลดที่คุณมอบให้ลูกค้าได้อย่างสบาย (แม้ว่าคุณจะมีค่าใช้จ่ายในการโฆษณาก็ตาม)
  3. ลูกค้าที่ซื้อสินค้าโปรโมชั่นมักพอใจกับสินค้ามากกว่า และมีแนวโน้มจะกลับมาซื้ออีก

ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้การขายของ “ลดราคา” เป็นเรื่องที่มีแต่ได้กับได้  ยอดขายมากขึ้น กำไรมากขึ้น ลูกค้ามากขึ้น (และเป็นลูกค้าที่มีแนวโน้มจะกลับมาซื้อของใหม่อีกด้วย)

ตัวอย่างการใช้โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย

ให้รางวัลลูกค้าเก่าของคุณด้วยการใช้เครื่องมือ Buyer Message Tool + Promotions

เจสส์ซื้อสินค้าลายฟุตบอลที่คุณออกแบบเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนที่ราคา $14.99 คุณใช้ Buyer Message Tool ของทีสปริงเพิ่มชื่อของเขาเข้าไปในกลุ่มผู้ชม “แฟนบอล” ต่อจากนี้คุณสามารถส่งข้อความถึงเจสส์และลูกค้าคนอื่นๆ ที่เคยซื้อสินค้าธีมฟุตบอลของคุณ เพื่อแจ้งลิงก์ลดราคาพิเศษที่พวกเขาสามารถใช้ซื้อสินค้าธีมฟุตบอลแบบใหม่ของคุณได้

สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าใหม่ซื้อสินค้าตั้งแต่วันแรกๆ ของลิสติ้ง

สเตฟานีพบว่ายอดขายสินค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อมีคนซื้อชิ้นแรกของลิสติ้งไปแล้ว เพื่อเพิ่มยอดขายตั้งแต่วันแรกๆ ของแคมเปญ เธอสร้างโฆษณาทางเฟสบุคขึ้นประกาศลิงก์ลดราคา (เช่น “ลด 15% วันนี้วันเดียว!) การลดราคานี้มีแค่วันแรกของลิสติ้งเท่านั้น (เพื่อสร้างความรู้สึกให้ต้องรีบซื้อ)

creator-menu

youtube-menu