ทำไมพิเซลเดียวจึงดีที่สุดต่อการสร้าง Custom Audiences สำหรับสินค้าทีสปริง

“ใช้แค่พิกเซลเดียวก็พอรึเปล่า หรือควรใช้หนึ่งพิกเซลต่อหนึ่งตลาดเฉพาะ” นี่คือคำถามที่เซลเลอร์ใหม่หลายคนของทีสปริงถามตัวเองเมื่อแรกใช้โฆษณาทางเฟสบุค ตามความคิดเห็นของเรา พิกเซลเดียวเป็นวิธีที่ดีที่สุด การใช้หลายพิกเซลอาจสร้างงานเพิ่มมากขึ้นให้แก่เซลเลอร์ โดยที่ประโยชน์เพิ่มเติมซึ่งจะได้รับก็ไม่ได้มากมายนัก เรียนรู้เรื่องการใช้พิเซลเฟสบุคได้ทาง Teespring Training Center .

อย่าลืมว่าถึงคุณจะใช้แค่พิกเซลเดียว คุณก็ยังสามารถสร้าง Custom Audiences ที่เจาะจงตลาดเฉพาะได้โดยระบุหมวดย่อยของ content_ids (ได้แก่ URL ของแคมเปญ) เราจะลงรายละเอียดในเรื่องนี้ด้านล่าง

Custom Audiences และ Lookalike Audiences

จำไว้ว่า Custom Audiences เป็นพื้นฐานของ Lookalike Audiencesและทั้งสองอย่างเป็นเครื่องมือเจาะกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำสูง เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการรวมหรือคัดแยกลูกค้ากลุ่มย่อยได้

Lookalike Audiences (หรือ LLAs) ช่วยให้คุณเข้าถึงคนกลุ่มใหม่ๆ ซึ่งมีแนวโน้มจะสนใจสินค้าของคุณเพราะพวกเขาเหมือนลูกค้าในอดีตของคุณ LLAs ถูกสร้างขึ้นจาก Custom Audience ที่มีอยู่เดิมแล้ว เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการสร้าง Custom Audience ได้จากเฟสบุคอย่าลืมว่า ด้วย T2 ที่อัพเดตใหม่ คุณสามารถ อย่าลืมว่า ด้วย T2 ที่อัพเดตใหม่ คุณสามารถดาวน์โหลดอีเมลลูกค้าของคุณ และ Hashed Buyer Emails (HBEs) เพื่อสร้าง Custom Audiences และ LLAs  

คุณสามารถดาวน์โหลดอีเมลและ HBEs จากช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาในแดชบอร์ดทีสปริงของคุณได้ หากต้องการ HBEs จากปี 2015 เป็นต้นไป กรุณาติดต่อ campaigns@teespring.com

 

2 วิธีสร้าง Custom Audience สำหรับตลาดเฉพาะตลาดใดตลาดหนึ่ง

หากคุณสับสนว่าจะใช้พิกเซลเดียวเจาะตลาดเฉพาะหลายๆ ตลาดได้อย่างไร เราช่วยคุณได้! ต่อไปนี้คือ 2 วิธีสร้าง Custom Audience สำหรับตลาดเฉพาะ

วิธีที่ 1 – ใช้ URL แคมเปญทีสปริง

ไปที่หน้า Facebook Ads Manager ของคุณ จากนั้นไปที่ Audiences คลิก “Create Audience” และเลือก “Custom Audience”

เลือก “Website Traffic” จากหน้าต่างป็อปอัพ

เปลี่ยน “Website Traffic” เป็น “Custom Combination”:

ระบุตลาดเฉพาะของคุณโดยใช้ URL ลิสต้ิงทีสปริงอันใดอันหนึ่ง

ขั้นต่อไป ใส่ชื่อ Audience Name แล้วคลิก “Create Audience” เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้กลุ่มผู้เข้าชมนี้สำหรับการโฆษณาได้แล้ว

 

วิธีที่ 2 – ใช้ Pixel Events

อีกวิธีหนึ่ง (ซึ่งอาจจะยืดหยุ่นมากกว่า) คือใช้ Pixel Events ของเฟสบุค ในช่องดร็อปดาวน์ให้ เปลี่ยนจาก “URL” เป็น “Event” และเลือก “ViewContent”

จากนั้นให้ระบุ URL ของลิสต้ิงผ่านทางส่วน “content_ids”

ขั้นตอนสุดท้ายคือตั้งชื่อให้กับ Custom Audience ของคุณ แล้วคลิก “Create Audience” แค่นี้คุณก็ใช้กลุ่มผู้เช้าชมตลาดเฉพาะนี้ในการโฆษณาได้แล้ว

 

 

creator-menu

youtube-menu