คู่มือเร่งรัด-วิธีเรียกผู้เข้าชมหน้าเพจฟรีด้วยเฟสบุค

วิธีดีเยี่ยมสำหรับนักสร้างสสรค์มือใหม่ของทีสปริงในการสร้างยอดขายโดยไม่มีค่าใช้จ่ายคือการเรียกผู้เข้าชมหน้าเพจ (แทรฟฟิค) ฟรี หนทางหนึ่งที่จะทำเช่นนี้ได้คือใช้เฟสบุค เราเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีความกำลังทรัพย์ในการลงทุนค่าโฆษณาตั้งแต่ต้น การสร้างผู้ติดตามออนไลน์จะช่วยเพิ่มแทรฟฟิคให้แก่ลิสต้ิงทีสปริงของคุณและสร้างกำไรที่สามารถนำมาหมุนลงทุนในโฆษณาแบบมีค่าใช้จ่ายได้ ซาฟี ผู้จัดการระดับประเทศของทีสปริงประจำบังกลาเทศได้แบ่งปันเคล็ดวิธีที่นักสร้างสรรค์จะเริ่มขายสินค้าได้ด้วยการเรียกแทรฟฟิคฟรีโดยใช้เฟสบุค

สิ่งที่คุณต้องใช้ได้แก่

  1.     เพจเฟสบุคส่วนตัวที่เกี่ยวกับตลาดเฉพาะ
  2.     กลุ่มเฟสบุคที่เกี่ยวกับตลาดเฉพาะ
  3.     เพจเฟสบุคที่เกี่ยวกับตลาดเฉพาะ

ก่อนจะเรียกแทรฟฟิคใดๆ เข้าสู่ลิสต้ิงทีสปริงของคุณ ขอให้แน่ใจว่ากลุ่มผู้เข้าชมแบบกำหนดเอง (Custom Audience) ของคุณพร้อม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานะต่างๆ ในบัญชีโฆษณาของคุณ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย คุณไม่ต้องจ่ายเฟสบุคเลยสักบาทเดียวจนกว่าจะเริ่มโฆษณา (ในตอนท้ายๆ เราจะพูดถึงวิธีทำกำไรอย่างรวดเร็วโดยที่คุณไม่ต้องเสี่ยงลงเงิน)

ส่วนที่ 1  ใช้เพจเฟสบุคส่วนตัวของคุณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อสำคัญพึงระวังคือชื่อเพจเฟสบุคส่วนตัวที่คุณใช้ต้องเป็นชื่อจริงของคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกระงับด้วยข้อหาใช้ชื่อ “ปลอม” ต่อไปนี้คือวิธีที่คุณสามารถใช้เฟสบุคส่วนตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการขายสินค้าได้

  1. กด “ไลค์” เพจที่เกี่ยวกับตลาดเฉพาะของคุณให้ได้มากที่สุดที่จะทำได้
  2. มีส่วนร่วมกับเนื้อหาบนเพจเหล่านั้น (ไลค์ คอมเมนต์ ดูคลิปวิดีโอ ฯลฯ)
  3. ไลค์และตอบคอมเม้นต์ของคนอื่นๆ บนเพจเหล่านั้น
  4. ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในตลาดเฉพาะให้ได้มากที่สุด แต่อย่าส่งข้อความไปกวนพวกเขาด้วยลิงก์เสื้อยืด ลิงก์หน้าเพจของคุณ หรือขอให้พวกเขาซื้อสินค้าของคุณ
  5. หมั่นแชร์เนื้อหาที่เกี่ยวกับตลาดเฉพาะจากเพจอื่นที่เกี่ยวข้องโดยใช้เพจเฟสบุคส่วนตัวของคุณเองจนกว่าเพจของคุณจะมีจำนวนไลค์อย่างน้อยหนึ่งพันไลค์
  6. สร้าง“ความเชื่อใจ” ในหมู่เพื่อนจากตลาดเฉพาะ เพื่อที่ว่าเมื่อคุณแชร์เสื้อยืดของคุณในอนาคต พวกเขาจะชอบและสั่งซื้อ

 

ส่วนที่ 2 – สร้างกลุ่มให้ใหญ่ขึ้น

กลุ่มทางเฟสบุคเป็นวิธีกระตุ้นการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนของคุณ แต่อย่าลืมว่าคุณไม่สามารถใช้กลุ่มเฟสบุคเป็นเป้าหมายในการโฆษณาได้ ทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้เมื่อสร้างและดูแลจัดการกลุ่มของคุณ

  1. สร้างกลุ่มทางเฟสบุค
  2. ตั้งชื่อกลุ่มให้มีความเป็นชุมชน อย่าตั้งชื่อกลุ่มด้วยชื่อเดียวกับเพจส่วนตัวของคุณเด็ดขาด ตัวอย่างชื่อกลุ่มเช่น Bike Lovers Cave หรือ Bike Lovers Community และ Bike Lovers Territory
  3. เพิ่มชื่อคนที่เป็นเพื่อนผ่านเพจส่วนตัวของคุณเข้าไปในกลุ่มด้วยตัวคุณเอง อย่าใช้ซอฟต์แวร์อัตโนมัติ
  4. ก่อนจะเพิ่มชื่อคนอื่นๆ เข้ากลุ่ม ขอให้แน่ใจก่อนว่าคุณสร้างกลุ่มเสร็จเรียบร้อยสวยงามแล้ว เช่น มีเนื้อหาแล้ว ใส่ภาพหน้าปกแล้ว
  5. เลือกภาพหน้าปกที่สวยงามโดยมีระดับพิกเซลที่ 851×315 พิกเซล ถ้าคุณไม่สันทัดโปรแกรมโฟโต้ช็อป ก็สามารถใช้ canva.com แทนได้อย่างง่ายๆ และฟรีอีกด้วย
  6. หมั่นโพสต์เนื้อหาที่กระตุ้นให้มีส่วนร่วมบนกลุ่มเพื่อให้คนกลับมาดูบ่อยๆ และมีส่วนร่วมกับเนื้อหาของคุณ
  7. ลองอัพโหลดคลิปวิดีโอที่เป็นที่ฮือฮาขึ้นบนเพจของคุณ และแชร์โพสต์นั้นภายในกลุ่ม วิธีนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนไลค์ให้กับเพจของคุณ

หมายเหตุ: ในท้ายที่สุดแล้ว คุณจะโฆษณาโดยมีเป้าหมายเป็นผู้ชมเพจของคุณโดยเฉพาะได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถสร้าง Lookalike Audiences (LLA) จากจำนวนไลค์ที่มีอยู่ได้เช่นกัน วิธีนี้ช่วยให้คุณทำกำไรได้เร็ว โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมายกับการพุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ชมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับตลาดเฉพาะของคุณเลย

 

ส่วนที่ 3 – โปรโมทเพจเฟสบุคของคุณ

นี่คือขั้นตอนสุดท้ายของการโปรโมทสินค้าทีสปริงของคุณโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งเพจธุรกิจบนเฟสบุคและมุ่งสร้างจำนวนผู้ชมที่ต้องการ (โดยเก็บไลค์) อย่างที่คุณคงทราบว่าเพจเฟสบุคจะทำหน้าที่เสมือนหน้าตาของแบรนด์คุณ จึงนับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งส่วนหนึ่งของขั้นตอนทั้งหมด

  1. ตั้งชื่อเพจธุรกิจของคุณให้แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร จะได้ไม่มีใครบ่นได้ว่าไปลอกของเพจอื่นมา ในธุรกิจนี้ไม่มีที่สำหรับการลอกเลียนแบบ ชื่อเพจควรจะเกี่ยวกับตลาดเฉพาะของคุณ แต่ไม่ควรเป็นชื่อเดียวกันเป๊ะกับชื่อกลุ่ม อย่าลืมว่าเวลาแชร์เนื้อหาจากเพจนี้ภายในกลุ่มของคุณ เราไม่ต้องการให้ดูเหมือนว่าเรากำลังโปรโมตตัวเองอยู่ (เช่น อย่าพิมพ์ว่า – ไลค์เพจของเราเดี๋ยวนี้เลย) ถ้าคุณแชร์เนื้อหาที่น่าสนใจจากเพจ พวกเขาจะไลค์เพจของคุณโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
  2. ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมของคุณอย่างสม่ำเสมอ แชร์ข้อมูลที่มีประโยชน์และเนื้อหาที่น่าสนใจกับผู้ชม จำไว้ว่าคนเราชอบแชร์เนื้อหาตลกขำๆ และเนื้อหาที่ให้ความรู้สึกดี
  3. ในประวัติบนเพจเฟสบุคส่วนตัวของคุณ (คุณสามารถเขียนข้อความสั้นๆ หนึ่งบรรทัดไว้ใต้รูปโปรไฟล์ของคุณได้) ให้เขียนว่า: Here is my passion: URL ของเพจ (ใช้ลิงก์แบบย่อ goo.gl) เพื่อคุณจะได้ติดตามได้ว่ามีคนคลิกเข้ามาดูกี่คลิกจากแหล่งไหนบ้าง คุณควรติดตามทุกช่องทางที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณเพื่อดูว่าช่องทางไหนได้ผลดีที่สุด

โพสต์นี้ไม่ใช่คู่มือฉบับเต็มเรื่องการดูแลจัดการเพจ แต่เป็นฉบับสังเขปสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำเท่านั้น ขอให้คุณติดตามดูคู่แข่งของคุณตลอดเวลา เพราะอย่างที่ผมบอกเสมอว่า “คู่แข่งให้ความรู้เรื่องธุรกิจของคุณได้ดีที่สุด” จับตาดูกิจกรรมของพวกเขาไว้ เนื้อหาของพวกเขา ตารางการแชร์โพสต์ พฤติกรรม ภาษา วิธีที่พวกเขาตอบผู้ติดตาม ฯลฯ ใช้เนื้อหาที่กระตุ้นให้เกิดส่วนร่วมมากที่สุดของพวกเขามาเป็นแรงบันดาลใจ อย่าลอกของพวกเขามาทั้งดุ้น แต่ปรับเปลี่ยนสิ่งที่พวกเขาแชร์ให้เหมาะสมกับผู้ชมของคุณมากขึ้นไปอีก

เมื่อพร้อมจะลงทุนโฆษณา

ถ้าคุณมีเงินพอจะลงทุนและอยากทำกำไรเร็วขึ้นโดยเสี่ยงน้อยลง เคล็ดลับของผมมีดังนี้ ขั้นแรกต้องสร้าง Custom Audience ก่อนจะส่งทราฟฟิคไปที่ลิสต้ิง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีผู้เยี่ยมชม 500 คนทาง Custom Audience ในลักษณะใดๆ ก็ตาม (หมายถึงผู้ที่เข้ามาชมเนื้อหา ผู้ที่หยิบของใส่ตะกร้า และผู้ที่ชำระเงินซื้อสินค้า) คุณสามารถจัดโปรโมชั่น เช่น โฆษณาลด 10% แก่ลูกค้าที่เคยเยี่ยมชมหน้าลิสต้ิงของคุณ นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการพุ่งเป้าไปที่ผู้ชมกลุ่มเดิม (Retargeting Audience) และโปรโมชั่นลดราคามีประสิทธิผลอย่างมากในการเพิ่มยอดขาย นอกจากนี้คุณยังสามารถดึงยอดขายขึ้นได้ด้วยการสร้าง Lookalike Audience (วิดีโอ 3) และโฆษณาให้ผู้ชมกลุ่มนี้เห็น ถ้าคุณไม่คุ้นเคยกับศัพท์การตลาดที่กล่าวมา อย่ากังวลใจไป ผมก็เคยเป็นมือใหม่เหมือนกัน  ในส่วนโฆษณามีค่าใช้จ่าย (Paid Advertising) ของ Teespring Training Center มีเนื้อหาให้ความรู้ที่จะช่วยคุณเริ่มต้นลงมือได้อย่างมั่นใจ ขอให้โชคดีครับ

creator-menu

youtube-menu